Home      Photo      Friends      Messages     Clip
 
 
slamdrink
 
 
About
Sex : M
Birthday : 20 พฤษภาคม 2506
Location : สมุทรสาคร
Hobbie : อ่านหน้งสือ
 
User Stats
 STATS :
0 Friends

564093 View
 
Topic of the Month


THIS MONTH
เหลียวหน้าแลหลังบาสฯ19ปีโลก
Views (1213)  Post (3)
เหลียวหน้าแลหลังบาสฯ19ปีโลก

Click For View



 อดีตคือบทเรียน ...


 ประเทศไทยได้บทเรียนอะไรไปบ้างจากศึกบาสเกตบอลหญิงชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเกมใหญ่ที่ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้จัดกัน


 นี่คือเกมระดับโลก แต่ทีมไทยยังเตาะแตะแค่ระดับอาเซียน (แล้วก็ยังไม่ได้แชมป์ซะทีในต้อนนี้) ดังนั้นน่าจะได้พบ ได้เห็น นำสิ่งละอันพันละน้อยไปใช้ประโยชน์กัน


 อ.พิเชฐ ศันสนะพิทยากร ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันส.บาสเกตบอลฯ และเป็นอดีตนักบาสฯ ทีมชาติผู้คร่ำหวอด และดูศึก 19 ปีนี้ตั้งแต่วันแรกยันวันสุดท้าย ให้ความเห็นว่า ถือว่าคนไทยรวมทั้งตนเองได้ความภาคภูมิใจว่า ได้มีโอกาสเป็นเจ้าภาพบาสเกตบอลระดับสูงที่สุดเท่าที่มีในโลก คนไทยตั้งแต่ระดับเยาวชน ประชาชน หรือแฟนบาสฯ ได้สัมผัสบรรยากาศการแข่งขันระดับนานาชาติซึ่งไม่ค่อยได้เกิดขึ้นในประเทศไทย ได้ความรู้ทั้งในเรื่องแผนการเล่น การตัดสิน การเป็นโค้ช ทุกอย่างต้องนำมาศึกษา


 ส่วนเรื่องที่พบเห็นนั้น อ.พิเชฐ กล่าวว่า"เห็นได้ชัดเจนเรื่องเวลาในการแข่งขัน เค้าจะตรงเวลาเสมอ เช่นโปรแกรมแข่ง 6 โมง พอ 6 โมงปุ๊บจะโยนบอลทันที นอกจากนี้การขอเวลานอก 60 วิ. นั้น ผ่านไป 50 วิ.เค้าจะต้องเรียกนักกีฬาลงสนามพร้อมเล่น ซึ่งเวลาที่สกอร์บอร์ดและแป้นบาสฯ จะติดให้เห็น ขณะที่ไทยเราไม่ค่อยพร้อม อาจเป็นเพราะอุปกรณ์เวลาในสนามเราไม่มี ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้เตรียมตัวได้ตรงเวลานัก"


 ในเรื่องโค้ชชิ่ง อ.พิเชฐบอกว่า ต่างชาติเขามีระบบ มีโค้ช ผู้ช่วยโค้ช หมอ กายภาพ จะแบ่งหน้าที่กันทำอย่างมีทีมเวิร์ก รวมทั้งการวอร์มก่อนแข่งจะมีรูปแบบทั้งการรุก การรับ และการฝึกส่วนบุคคล ฝึกเฉพาะเพื่อไปแข่งซึ่งเขาเปิดให้เราได้ดูถือว่ามีประโยชน์มาก


 "อีกเรื่องคือ พวกนี้จำเป็นต้องมีเงินใช้จ่ายทำทีมมากพอสมควรซึ่งไทยเราไม่มีอย่างเค้า สังเกตจากทีมต่างๆ มีการพบปะพูดคุย แสดงว่าเค้าคุ้นเคยกันมาก่อน เคยเล่นกันมาก่อน เช่นทีมออสเตรเลียก็สนิทสนมรู้จักกับอเมริกา แสดงว่ามีการไปหาประสบการณ์ซึ่งกันและกัน"


 ทางด้าน "โค้ชเนี้ยว" ธงชัย วัฒนศักดากุล เฮดโค้ชทีมชาติไทย ซึ่งเป็นอดีตทีมชาติเหมือนกัน ให้ทรรศนะอย่างน่าฟังว่า สิ่งที่เห็นได้ชัด และน่าจะนำมาเป็นบทเรียนให้กับบรรดานักบาสฯ ไทยและโค้ชต่างๆ  นั่นคือ วิธีการวอร์ม จะมีการแยกทีม 2 ชุด ชุดหนึ่งใช้วอร์มเกี่ยวกับตำแหน่งการ์ดที่มีการใช้ความคล่องแคล่ว การเลี้ยงบอล การพาบอล กับพวกตัวใหญ่ เช่นเซนเตอร์ ก็จะใช้ความแน่นอนในการชูต 2 คะแนน ซึ่งวิธีการฝึกก็จะไม่รวมกัน


 "เดี๋ยวนี้ทางฟีบ้าให้เวลาในการวอร์มเยอะมากร่วม 30 นาที ดังนั้นจึงต้องมีวิธีการวอร์มที่เป็นระบบและเป็นประโยชน์เหมาะสมกับเวลา ซึ่งก่อนหน้านี้ให้แค่ 10 กว่านาที ทีมต่างๆ จึงไปวอร์มนอกสนามแล้วมารีบวอร์มชิ่งแป้นอย่างที่เราเป็นในเมืองไทย"


 อีกจุดที่เห็นได้ชัดเจนคือการนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาช่วย หลายทีมแข่งเสร็จจะให้นักกีฬาถอดรองเท้าทันที แล้วเริ่มเดินรอบๆ บางทีมให้เดินมากถึง 4-5 รอบสนาม ซึ่งเหมือนกับการที่ให้เท้าได้ผ่อนคลายจากการถูกบีบรัด   "ผมดูแล้วเราไม่เคยทำอย่างนี้ ก็เลยให้เด็กๆ ลองทำดูบ้างน่าจะเป็นประโยชน์ แต่ลึกๆ แล้วอาจมีประโยชน์ในด้านอื่นด้วย เราก็ไม่ได้รู้ลึกมากไปกว่านั้น" โค้ชเนี้ยวกล่าว


 ทางด้านเกมการเล่น เฮดโค้ชทีมชาติไทยกล่าวว่า เบสิกทีมต่างๆ เดี๋ยวนี้หันมาชูตมือเดียวเหมือนชาย และลูกไกลก็แม่นยำ ขณะที่ทีมไทยยังชูตสองมืออยู่เลย ตนเองก็เอาลักษณะมือที่ถูกเขียนไปในลูกบอลให้ฝึกชูตกัน แต่เนื่องจากเด็กติดนิสัยสองมือไปแล้วจึงแก้ไขได้ยากในช่วง 2-3 เดือนก่อนแข่งจึงไม่ได้เน้นให้เปลี่ยนทันทีทันใด มิฉะนั้นจะเป็นผลเสียมากกว่า


 "ที่ผมเห็นอีกเรื่องคือการเทคชูต หรือเคาะชูต แต่เดิมไม่ค่อยได้เห็น เดี๋ยวนี้มีหลายทีมทำกัน เช่น แคนาดา อเมริกา หรือสเปน ซึ่งเราคงต้องปลูกฝังให้เล่นกัน รวมทั้งชาติต่างๆ เล่นกันเร็วมากอย่างเห็นได้ชัด พาสบอลได้คมมากด้วย"


 ส่วนข้อแนะนำของเฮดโค้ชทีมชาติไทยนั้น อยากจะฝากไปยังคนทำทีมคือ การรวมทีมซ้อมต้องให้ครบ คนป่วยก็ต้องมายืนดูหรือฟังการซ้อมด้วย ไม่เช่นนั้นต้องมาสอนเพิ่มเติมซึ่งเสียเวลามาก อีกเรื่องหนึ่งคือการมุ่งมั่นในการซ้อม สังเกตจากทีมต่างๆ เห็นได้ชัดคืออาร์เจนติน่า ซึ่งรูปร่างไม่สูงนัก หลายคนดูอ้วนด้วยซ้ำ แต่พอลงสนามเขาเล่นอย่างมุ่งมั่นมาก ซึ่งต้องมุ่งมั่นมาจากการซ้อมเลยทีเดียว ขณะที่เด็กไทยยังไม่ตั้งใจฝึกซ้อมเท่าที่ควรจึงไม่เกิดการพัฒนา และเรื่องสุดท้ายคือโค้ชจะต้องรู้ว่าเรามีผู้เล่นอย่างไร จะใช้ประโยชน์จากนักกีฬาได้อย่างไร หลังจากนั้นก็เริ่มฝึกเด็กให้ได้ตามที่วางแผนไว้ เพราะทุกวันนี้ฝึกแบบรวมเหมือนๆ กัน แล้วก็นำพวกเขาลงสนาม


 สุดท้ายที่อยากจะฝากไปยังผู้บริหารทีมด้วยว่า การมีหมอ และ กายภาพประจำทีมเดี๋ยวนี้ ทุกทีมให้ความสำคัญมาก มีหลายคนที่บาดเจ็บในสนาม พอพยาบาลสนามของไทยไปดู  ถามว่าจะไปโรงพยาบาลไหม เขาก็ไปปรึกษาหมอประจำทีมแล้วบอกว่าไม่ต้อง นั่นหมายถึงเขามีความพร้อมเรื่องการดูแลรักษาอาการบาดเจ็บได้ดีมาก 


 รวมทั้งการปรับตำแหน่งโค้ชกันใหม่ที่ทีมไทยมักมีโค้ช- ผช.โค้ชหลายคน อาจต้องปรับหน้าที่ให้คนหนึ่งมีความรู้เรื่องการยืดกล้ามเนื้อ การนำวอร์มนักกีฬา  คนหนึ่งดูเรื่องเกมรับ คนหนึ่งดูเรื่องเกมรุก ซึ่งอยู่ภายใต้การตัดสินใจของโค้ชใหญ่ ซึ่งจะเป็นแนวทางไปสู่การสู้กับประเทศต่างๆ ได้ มิฉะนั้นก็จะเป็นรองในการแข่งขันระดับชาติที่เขามีความพร้อมมากกว่า


 2 กูรูบาสเกตบอลขุดความนึกคิดมาบอกดังๆ กับเหล่า โค้ช นักกีฬา และแฟนๆ บาสฯ ที่สนใจ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์ไปปรับใช้กันในโอกาสต่อไป

Create Date : 04/8/2552
Last Update : 16:02 น.
LEAVE COMMENT
อ้างอิง
ชื่อ :
Comment :