Home      Photo      Friends      Messages     Clip
 
 
lordtawhan
 
 
About
Sex : M
Birthday : 2 กุมภาพันธ์ 2514
Location :
Hobbie : อ่านหนังสือ, ดูหนัง,ฟังเพลง
 
User Stats
 STATS :
0 Friends

1026236 View
 
Topic of the Month


THIS MONTH
ตะกร้อหวาย-ช่างสานภูมิปัญญาไทยที่ใกล้สูญพันธุ์
Views (21186)  Post (37)

Click For ViewClick For View

การชักหวาย..หนึ่งในขั้นตอนในการสานตะกร้อ...ที่ต้องใช้ความอดทนกว่าจะได้หวายที่ใช้งานได้แต่ละเส้น


วันนี้ขอนำเรื่องเก่ามาเล่าซ้ำอีกสักรอบ แม้จะเคยนำเสนอไปแล้วแต่อาจยังไม่เคยผ่านตาบางท่าน เรื่องที่ว่าคือ “การทำตะกร้อ”


 ทำตะกร้อที่ว่าไม่ใช่ทำตะกร้อพลาสติกที่ผลิตด้วยเครื่องมือ เทคโนโลยี ที่ทันสมัย แต่เป็นการจักสานตะกร้อ จาก 2 มือ และเครื่องไม้เครื่องมือง่ายๆ เช่น คีม, สิ่ว, คัตเตอร์, ดินสอ เป็นต้น เป็นหัตกรรมจากภูมิปัญญาชาวบ้านที่ถ่ายทอดผ่านเส้นหวายอย่างปราณีต

Click For View

เครื่องไม้เครื่องมือง่ายๆ ที่ใช้ในการจักสาน 


 ปัจจุบันลูกตะกร้อที่ทำจาก “หวาย” เรียกว่าแทบจะไม่มีให้เห็นแล้ว ซึ่งก็คงสืบเนื่องจากอิทธิพล ลูกตะกร้อพลาสติก ที่เข้ามาแทนที่ บนเหตุผลที่ว่า คุณภาพ มาตรฐาน ควาทนทาน เดียวกันทุกลูกที่ผลิตออกมา และได้การรับรองจากสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (อีสแทฟ) 


 ให้ใช้แข่งขันในเกมระดับนานาชาติ แทนที่ ลูกตะกร้อหวาย 


 หลายปีผ่านลูกตะกร้อหวายจึง “สูญพันธุ์” น่าจะเรียกว่าอย่างนั้น หากใครอยากเห็นรูปลักษณ์เป็นอย่างไรคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากทีเดียว 


 อันที่จริงก็คิดเหมือนว่าคงไม่มีโอกาสได้เห็นลูกตะกร้อที่ผลิตขึ้นจากหวายจริงๆ แล้วกระทั่งมี “พี่โต้ง” จ่าสิบเอกสมพร แสนยบุตร ผู้ฝึกสอนตะกร้อทีมชาติไทย อดีตนักหวดลูกหวายชื่อก้องทีมชาติไทยนำ ลูกตะกร้อหวาย “ขนาดจิ๋ว” 


 ประดิษฐ์ประดอยออกมาในลักษณะเป็น “พวงกุญแจ” นำมาวางขายเป็นของที่ระลึกระหว่างการแข่งขันเซปักตะกร้อ


 เป็นลูกตะกร้อหวายขนาดเล็ก ที่สานได้ปราณีต สวยงาม จริงๆ และอดทึ่งไม่ได้เพราะเชื่อว่าต้องสานยากมากๆ อันเนื่องจากขนาดที่เล็กของมัน แต่ไม่เกินความวิริยะอุสาหะ


 สมัยเด็กๆ ผมเคยนำเถาวัลย์มาขูดให้เหลือเฉพาะแก่นสีขาวนวลแล้วขึ้นโครงสานเป็นลูกตะกร้อเตะเล่นกับเพื่อนๆ ในต่างจังหวัด ทำให้รู้ว่าขนาดเราทำลูกเบ้อเริ่มกว่าจะสานให้เป็นลูกตะกร้อบิดๆ เบี้ยวๆ ได้เล่นเอามือไม้พองไปหลายวัน


 ความอยากรู้จึงถามไถ่เอาจาก “พี่โต้ง” เพื่อต้องการไปเห็นการสานตะกร้อหวายจริงๆ 


 สำหรับประวัติความเป็นมาของลูก “ตะกร้อ” นั้นไม่ได้มีเฉพาะไทยเท่านั้นที่จักสานเตะเล่นกัน เพราะจากหลักฐานมีทั้งของมาเลเซีย และ พม่า ซึ่งต่างสานด้วยหวายเหมือนกัน แต่รูปลักษณ์แตกต่างกัน ของไทย เป็นหวาย 9– 11 เส้นมี 12 รู 20 จุดตัดไขว้ เส้นรอบวง 16-17 นิ้ว น้ำหนักระหว่าง 170-180 กรัม


ของมาเลเซีย เป็นหวาย 4-5 เส้น สานเป็นสาม–สี่ ชั้น จากลูกเล็กทับกันขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงชั้นนอก เส้นรอบวง 14-15 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 150 กรัม


ส่วนของพม่า เป็นหวาย 5-6 เส้น สานคล้ายหรือใกล้เคียงกับของไทย เส้นรอบวงประมาณ 20 นิ้ว น้ำหนักไม่แน่นอน แต่เบากว่าของไทย เพราะใช้เปลือกหวายที่บางสาน


แต่การมาของ ตะกร้อพลาสติก ทำให้ตะกร้อที่ทำจากหวายสาปสูญไม่มีให้เห็นมานานกว่า 20 ปีเลยทีเดียว
เรียกได้ว่าชนรุ่นหลังบางคนไม่รู้ด้วยซ้ำเดิมทีลูกตะกร้อที่เตะๆ กันอยู่นั้นมาจาก “หวาย”



ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าปัจจุบันยังมี “ช่างสานตะกร้อ” อยู่ด้วยหรือ เพราะน่าจะสูญหายไปหมดแล้ว

Click For ViewClick For View

สองพี่น้องตระกูลหนูสีงาม พี่มะลิ กับ พี่ป้อม ผู้สืบทอดการจักสานรุ่นสุดท้ายของตระกูล

อดีตนักหวดลูกหวายทีมชาติไทยชื่อดังเจ้าของแชมป์ซีเกมส์สองสมัยเล่าให้ฟังว่าช่างสานตะกร้อ ยังมีอยู่ ซึ่งเดิมทีตนเองก็ไม่คิดว่าจะมีเหมือนกัน


แต่ก่อนที่จะมาค้นพบช่างสานตะกร้อนั้น มาจากตอนที่ไปมาเลเซียแล้วได้เห็นลูกตะกร้อพลาสติกขนาดเล็กทำออกมาเป็นของที่ระลึก จึงเกิดความคิดอยากจะทำขายในเมืองไทยบ้าง แต่ต้องการเป็นลูกตะกร้อที่ทำจากหวายแท้ๆ มากกว่า


เมื่อกลับจากมาเลเซียได้ออกเสาะหาช่างที่มีความสามารถสานตะกร้อได้ทั้งภาคเหนือ และอีสาน แต่ปรากฏว่าไม่ใครสามารถจักสานได้


จนกระทั่งมาค้นพบ “ช่างสานตะกร้อ” ที่อำเภอลำลูกกา จ.ปทุมธานี ใกล้กรุงเทพฯ นี่เอง

คือครอบครัว “หนูสีงาม”


จากการสอบถามทราบว่าคนแถวนี้สมัยก่อนมีอาชีพเป็นช่างสานตะกร้อขายที่เดือนๆ ส่งขายเป็นพันๆ ลูก แต่เมื่อลูกตะกร้อพลาสติกเข้ามาแทนที่ทำให้ต้องเลิกอาชีพนี้ แล้วหันไปประกอบอาชีพอื่นแทน บ้างทำอาชีพส่วนตัว รับจ้าง หรือทำงานในโรงงาน


แต่ส่วนใหญ่เมื่อมาบอกว่าต้องการว่าจ้างสานตะกร้อให้หน่อยต่างส่ายหน้าบอกปฏิเสธ


ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้แต่ความยากมันอยู่ที่ “ขนาด” เพราะ “ขนาดเล็ก” คือความยากที่ส่วนใหญ่ต้องส่ายหน้าบอกปัด เพราะยากกว่าสานลูกขนาดปกติทั่วไปมาก

เช่นเดียวกับครอบครัว “หนูสีงาม” ทีแรกก็ปฏิเสธก่อนใจอ่อนยอมทดลองทำ


ด้วยเหตุนี้ทำให้สามพี่น้อง “พี่มะลิ” พฤกษา หนูสีงาม, “พี่ป้อม” พรจันทร์ หนูสีงาม และ “พี่กำไล” ขวัญเรือน หนูสีงาม รื้อเครื่องไม้เครื่องมือที่เก็บไว้มานานไม่น้อยกว่า 20 ปีจนฝุ่นเกาะสนิมเกอะกรังออกมาอีกครั้ง พร้อมๆ กับรื้อฟื้นวิชาจักสานที่ทิ้งไปนาน


ลงมือสานลูกตะกร้อจากหวายอีกครั้ง...

Click For ViewClick For View

กำหนดขนาดด้วยวิธีง่ายๆ ว่าต้องการลูกขนาดเท่าใด ก่อนจะทำการขึ้นโครงสาน

นับเป็นงานที่ยากทีเดียว เพราะไหนจะต้องฟื้นความจำ และมีขนาดเล็กอีกต่างหาก ซึ่งไม่ง่ายเลย


“พี่มะลิ” พี่สาวคนโต เล่าให้ฟังว่า ได้รับถ่ายทอดวิชาความรู้จากพ่อกับแม่ ตั้งแต่เด็ก ซึ่งครอบครัวแต่ก่อนเป็นช่างสานตะกร้อขายเช่นเดียวกับคนแถวนี้ที่แต่ก่อนทำกันแทบทุกครัวเรือนส่งขายสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัว


เรียกว่าทำกันอาชีพและในแต่ละเดือนก็จะมีคนมารับไปขายต่ออีกที ยายสวาท วัย 75 ปี คุณแม่ของสามสาวพี่น้องเล่าให้ฟังว่า สมัยเด็กไปขอเรียนกับครูแถวบ้าน พอเป็นแล้วก็มาฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ


“เป็นงานที่ยากเหมือนกันแต่ก่อน จะปั้นดินเหนียวเป็นลูกกลมๆ ให้ได้ขนาดที่ต้องการเสียก่อนตากให้แห้งเมื่อนำมาเป็นแม่แบบ จากนั้นก็จะเอาหวายสานครอบเพื่อให้มันกลม เมื่อสานเสร็จก็จะเอาไปแช่น้ำ เพื่อแคะดินแม่แบบออก”


“ยุ่งยากหลายขั้นตอนมากเพราะจะสานแต่ละลูกก็ต้องปั้นดินเป็นลูกกลมให้ได้จำนวนที่ต้องการ แต่หลังๆ ง่ายขึ้นเมื่อคิดค้นวิธีขึ้นโครงโดยไม่ต้องปั้นดินได้ ซึ่งก็สานส่งขายเลี้ยงครอบครัวมาเรื่อยจนเลิกไปเมื่อประมาณ 20 กว่าปีที่ผ่านมานี่เอง”


คุณยายสวาท เล่าให้ฟังต่อว่า หลังจากต้องเลิกสานตะกร้อไปแล้ว ก็ไม่คิดว่าครอบครัวจะกลับมาได้ทำอีก ลูกๆ แต่ละคนก็ไปทำงานรับจ้างตามโรงงาน จนกระทั่งมีผู้มาจ้างทำเมื่อประมาณ 6 ปีก่อน ซึ่งทีแรกลูกๆ ก็คิดหนักเหมือนกันกลัวทำไม่ได้เนื่องจากลูกเล็กทำยาก


ตรงนี้ “พี่ป้อม” กล่าวเสริมว่า ทีแรกแต่ละคนส่ายหัวไม่เอา ไม่ทำเลย บอกไปเลยว่าทำไม่ได้ เพราะหลายคนที่เคยลองก่อนหน้าก็บอกว่าทำยากทำไม่ได้


“คือขนาดมันเล็กมากใหญ่กว่าหัวแม่มือนิดเดียว นอกจากนี้เราก็ทิ้งร้างมานาน อีกทั้งก็ไม่แน่ใจว่าโต้งเขาจะจ้างให้เราทำตลอดไปหรือเปล่า กลัวว่าเดี๋ยวเดียวก็เลิกจ้างก็เลยบอกปฏิเสธไป”
“แต่โต้งเขาพยายามอธิบายให้เราเข้าใจว่าอยากทำจริง มาพูดอยู่หลายครั้ง เลยใจอ่อนตกลงยอมลองดู” พี่ป้อม กล่าว

Click For ViewClick For View

เลือกหวายได้ขนาดแล้วผ่าก่อนเข้าเครื่องชักหวาย, ใช้คีมจัดทรงให้กลม, ตะกร้อหวายที่ทำเสร็จแล้ว

ในที่สุดก็ต้องรื้ออุปกรณ์ออกมาทำใหม่แต่เนื่องจากการทิ้งไปนานพี่มะลิยอมรับว่ายากมากกว่าจะสานได้แต่ละลูกมือเจ็บ พอง ไปหมด อีกทั้งทำเสร็จแล้วลูกยังไม่กลมบิดๆ เบี้ยวๆ ไม่สวย กว่าจะปรับแต่งให้ได้เหมือนทุกวันใช้เวลาไม่น้อย


สำหรับวัตถุดิบนั้นพี่โต้งจะเป็นผู้จัดการหามาให้ทั้งหมดโดยหวายจะสั่งมาจากอินโดนีเซีย เหตุที่ต้องใช้ของนอกเนื่องจากมีสีสวยงามกว่า ซึ่งพี่โต้ง บอกว่า ประจวบเหมาะมีเพื่อนทำเครื่องจักสานจำพวกหวายจึงฝากให้สั่งซื้อมาเผื่อด้วย


อุปกรณ์ เครื่องไม้ เครื่องมือ จักสาน นั้นก็ง่ายๆ เป็นแบบพื้นบ้านไม่ได้ใช้เครื่องสานเหมือนกับตะกร้อพลาสติก ประกอบด้วย มีด, คีม, ไม้วัด, เครื่องชักหวาย


ขั้นแรกต้องผ่าหวายให้เป็นซัก จากนั้นนำไปเข้าเครื่องชักหวาย ให้หวายมีลักษณะเป็นเส้นแต่ไม่กลม จากนั้นเลือกหวายให้ได้ขนาดที่ต้องการถ้าจะสานลูกเล็กก็ประมาณ 6 เส้น แต่ถ้าลูกใหญ่หน่อยก็จะประมาณ 7-8 เส้น


เมื่อได้หวายที่ต้องการแล้วก็นำไปวัดขนาดโครงที่จะขึ้นทำเครื่องหมายไว้ที่หวาย ก่อนขึ้นโครงเป็นวงกลม จากนั้นก็จะนำหวายมาทักสานให้เป็นรูปร่างทีละเส้นให้แน่นหนาตามที่ต้องการ ถ้าดูแล้วไม่แน่น หรือไม่กลม ก็จะใช้คีบบีบหนีบตบแต่งไปเรื่อยๆให้ให้ได้ลักษณะที่ต้องการ


ตะกร้อหนึ่งลูกจะใช้เวลาสานประมาณ 2 ชั่วโมง ช่วยกันสามคนวันหนึ่งก็จะได้อยู่ 16-17 ลูก แต่ถ้าเร่งทำจริงๆ ก็ 20 ลูกกว่าขึ้นไป


“ปริมาณคงเกินไปกว่านี้ยากเพราะเป็นงานละเอียดต้องใช้ความพยายามมากและเหนื่อยเหมือนกัน ไม่เหมือนลูกพลาสติกที่ใช้เครื่องทำได้วันหนึ่งหลายร้อยลูก”


“แต่ละวันก็จะนั่งทำกันที่บ้านนี่แหละทำไปเรื่อยๆ เมื่อยก็พัก แต่ละเดือนหรือสองเดือนโต้งก็จะมารับไปที ค่าจ้างทำก็แล้วแต่ขนาด หากลูกเล็กก็ลูกละประมาณ 35 บ้าน หรือใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ 100 บาท จากนั้นโต้งเขาก็จะนำไปตบแต่งใส่ห่วง ลงแล็กเกอร์ให้มีเงาสวยงามทนทานนำไปจำหน่าย”


“ก็ถือว่าดีนะ เดือนๆ มีรายได้เข้าครอบครัวหลายพันบาท และที่บ้านก็ไม่ได้มีรายจ่ายอะไรมากมาย หากอยู่อย่างพอเพียงก็อยู่ได้สบาย ซึ่งนึกถึงตอนนี้ก็รู้สึกดีใจนะ ที่เราได้กลับมาทำในสิ่งที่ชอบอีกครั้งใช้วิชาความรู้ที่ติดตัวมาหาเลี้ยงตัวเอง”

Click For ViewClick For View

ทำกันใต้ร่มมะม่วงอันร่มรื่นภายในบริเวณบ้าน, คีมเก่าแก่ ที่เคยใช้มาตั้งแต่รุ่นพ่อยังจักสานลูกตะกร้อ

 ด้านพี่โต้ง บอกว่า เมื่อมีคนสั่งซื้อมาก็จะโทรมาบอกก่อน แต่ถ้าต้องการปริมาณมากๆ ในเวลาจำกัดก็ปฏิเสธ เพราะต้องเห็นใจคนทำด้วย รู้ว่าเป็นงานฝีมือที่ไม่ง่าย แต่หากต้องการจริงทีละ 5-6 ร้อยก็ต้องรอ และให้สั่งล่วงหน้านานหน่อย


 หรือช่วงไหนไม่มีคนสั่งก็ยังให้ทำเรื่อยๆ เก็บไว้ในสต็อกเพื่อนำไปขายตามงานแข่งขันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคิงส์ คัพ, ซีเกมส์, เอเชียนเกมส์ ที่บางครั้งต่างชาติจะสั่งเยอะมาก 


 “ถึงจะมีไม่คนสั่งซื้อแต่ผมก็ไม่ได้หยุดให้ทำนะ ยังให้ทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อพี่ๆ เค้าจะได้มีรายได้ทุกเดือน ลูกที่ทำเสร็จแล้วก็จะมาเก็บไว้ในสต็อก เวลามีคนสั่งเยอะๆ ก็จัดให้ได้เลย”


 “ตรงนี้ก็ทำรายได้พอสมควร แต่ที่ภูมิใจคือการที่เราได้รื้อฟื้นภูมิปัญญาที่ใกล้จะสูญหายตรงนี้กลับคืนมาอีกครั้ง และเยาวชนรุ่นหลังได้เห็นลูกตะกร้อที่สานจากหวายจริงๆ ที่ปัจจุบันหาดูได้ยาก เพราะส่วนใหญ่จะเป็นพลาสติกหมดแล้ว”

Click For View

                                                                         ครอบครัว "หนูสีงาม"

 เมื่อถูกถามจะทำตรงนี้ไปนานแค่ไหนพี่โต้ง สมพร บอกว่าจะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าครอบครัวหนูสีงามจะเลิกทำ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็น่าเสียดายมาก

 เพราะวิชาความรู้ตรงนี้ก็คงจะสูญมะลายหายไปด้วยอย่างแน่นอน


 เนื่องจากไม่มีใครมาสืบสานต่อ ซึ่งคุณยายสวาท บอกว่า เด็กๆ สมัยนี้ไม่มีใครต้องการอยากเรียนรู้เลย ทำให้ตอนนี้คนที่มีความรู้เรื่องการสานตะกร้อที่บ้านเหลือเพียงลูกสาว 3 คนเท่านั้น ซึ่งก็รู้สึกใจหาย และเสียดายเหมือนกัน


 หากไม่มีใครมาสืบทอดวิชาความรู้ตรงนี้... 

Click For ViewClick For View

ลูกตะกร้อหลายขนาดที่ทำเสร็จแล้ว ก่อนนำไปเคลือบให้เงางามเป็นขั้นตอนสุดท้าย
Create Date : 17/7/2552
Last Update : 12:18 น.
     OSNHabkCGAW
    2/6/2555 1:01:09
    192.168.0.101

Comment 2

 
 So true. Honesty and eevrythnig recognized.

     บำรุง บัวดี
    19/4/2555 0:44:08
    192.168.0.101

Comment 1

 
 สวัสดีค่ะดิฉันต้องการสั่งซื้อตระกร้อทำอย่างไรดีค่ะ

1 |
LEAVE COMMENT
อ้างอิง
ชื่อ :
Comment :