|
|
อยู่ที่ความพอใจ Views (213) Post (1) |
สุดท้ายค่ายสยามสปอร์ตฯได้ทำการถอนตัวจากการเป็นผู้ดูแลสิทธิประโยชน์ฟุตบอลลีกของเมืองไทยทั้งหมดออกไปแล้ว ก่อนที่จะชี้แจงรายรับ รายจ่ายให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ หลังจากนี้สิทธิ์ทุกอย่างคืนกลับไปที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยที่จะดูแลต่อไป ส่วนว่าจะมีการให้ใครเข้ามาทำหน้าที่ต่อก็ต้องรอติดตามกัน
ฟุตบอลไทยเติบโตรวดเร็ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะเป้าหมายของฟุตบอลอาชีพคือการสร้างรายได้ให้เกิดกับทุกฝ่าย ไม่ว่าสมาคมฟุตบอลฯ,ทีพีแอล และสโมสร
แน่นอนว่าในช่วงตั้งไข่การลงทุนย่อมที่จะประสบภาวะขาดทุน โดยเฉพาะสโมสรที่จะต้องแบกรับภาระนี้มากที่สุด เนื่องจากมันเป็นของใหม่ในบ้านเรา สภาพความพร้อมต่างๆจึงยังไม่เต็มร้อย บ้านเราคุ้นชินกับฟุตบอลสมัครเล่นมาช้านาน พอจะขยับกันทีก็ลำบาก แถมอึดอัดใจในบ้างครั้ง
แต่มันจำเป็นเพราะเราอยู่ภายใต้องค์กรเดียวกันคือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เป็นผู้กำหนดกฏเกณฑ์ให้ทั้งโลกต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน
แยกย่อยลงไปคือหน่วยแต่ละภูมิภาค ซึ่งในเอเชียเรามี สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ที่กำกับดูแลให้ทุกชาติมีการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน จึงบีบบังคับให้อยู่ในระเบียบเดียวกัน
เมื่อทั่วโลกขยับพัฒนาการแข่งขันลีกภายในแต่ละชาติเป็นอาชีพ บ้านเราก็อยู่นิ่งไม่ได้ เราไม่อาจฝืนกติกาของโลก เพราะถ้าเราทำตัวแปลกแยกไม่อยู่ในกฏในเกณฑ์ ก็อย่าไปเข้าร่วมแข่งขันกับเขา เรียกว่าถ้าไม่พร้อมก็ถอยออกไป ซึ่งไม่มีใครเขาว่า
ฟุตบอลโลกเขาออกกฏมีการแข่งขันรอบต่างๆ เราบอกว่าจะขอเข้ารอบสุดท้ายเลย มันก็เป็นไปไม่ได้ อยากจะไปฟุตบอลโลกก็ต้องผ่านเส้นทางในการคัดเลือกเสียก่อนมันถึงจะถูกต้อง
เมื่อทุกสโมสรพร้อมรับกับกติกาและอยากที่จะแข่งขันในระบบฟุตบอลลีก ก็ต้องสร้างทีมให้เป็นไปตามกติกา คือมีสนามเป็นของตัวเอง และสนามจะต้องได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย มีระบบการสื่อสาร มีห้องแต่งตัว มีไฟสนาม คือมันจิปาถะมาก และมันต้องลงทุน หลายทีมเงินแทบไม่มีเงินก็ต้องหาวิถีทางที่จะทำให้ทีมเข้าข่ายที่จะร่วมแข่งขันได้ ซึ่งไม่มีใครห้าม ถ้าไม่พร้อมก็ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วม
เช่นกันเมื่อเข้ามาร่วมในกติกาแล้วก็ต้องปฏิบัติตามนั้น ซึ่งไทยลีกของเรามันยังใหม่มากๆ ในช่วงแรกมันจึงเกิดแต่ปัญหา ไม่ว่าความไม่พร้อมของทีมต่างๆ โปรแกรมแข่งขันที่มั่วซั่วไม่รู้จบ ปัญหาของผู้ตัดสินที่พัฒนาไม่ทันลีก และปัญหาจากแฟนบอลที่ก่อเรื่องวิวาทกัน
จึงต้องใช้เวลาที่จะไส่กติกาเข้าไป อะไรที่ไม่ดีก็พยายามปรับ พยายามแก้ และพยายามหาทางป้องกัน มันจึงทำให้ทุกอย่างบีบลงไปที่สโมสรทั้งหมด เพราะถ้าทีมใหนไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่จะตามมาคือการปรับเงินอย่างหนัก กระทั่งไปถึงการยุบทีมเอาง่ายๆ
เชื่อว่ามาวันนี้ทุกสโมสรไม่ว่าไทยลีก,ยามาฮ่าลีกวัน และลีกภูมิภาคต่างก็ปรับตัวกันได้แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามกติกาที่วางเอาไว้
นั่นส่งผลให้การแข่งขันออกมาเร้าใจ และมีสีสันที่ทำให้แฟนบอลอยากที่จะเข้าไปชม เมื่อมีจำนวนแฟนบอลมากขึ้น ลีกก็คึกคัก สโมสรก็มีรายได้ สปอนเซอร์ก็อยากเข้ามาสนับสนุนเพราะเห็นว่ามีแฟนบอลเข้าสนามมากก็เป็นรายได้ตามมา
ทุกทีมน่าจะแฮปปี้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และมีแต่ช่วยกันให้มันทะลุปล้องมากขึ้นไปกว่านี้ ช่วยกันให้ทีมได้กำไรไม่ใช่ขาดทุนเหมือนที่เคยมา ซึ่งบางสโมสรก็สามารถทำได้แล้ว เชื่อว่าถ้าบรรยากาศเรายังเป็นแบบนี้รับรองว่าผลกำไรจากธุรกิจฟุตบอลจะเกิดขึ้นแน่ กรณีการทวงถามเรื่องงบจากฝ่ายสิทธิประโยชน์ก็มีสิทธิ์ที่จะตรวจสอบ แต่คงจะไม่เกี่ยวกับการพุ่งเป้าล้มสมาคมฟุตบอลฯ
มันคนละเรื่องเดียวกัน สมาคมฟุตบอลฯมีหน้าที่ในการดูแลจัดการแข่งขัน และมองภาพรวมทั้งหมดเพื่อให้ลีกเติบโตขึ้นมา ผลประโยชน์ทุกอย่างตกไปที่สโมสร ยิ่งลีกโตสโมสรก็พลอยได้ประโยชน์ ตราบใดที่สมาคมฟุตบอลให้การสนับสนุน ลีกก็ย่อมจะพัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ
เพียงแต่การแข่งขันทุกลีกในโลกมันต้องอยู่ในกฏกติกาเดียวกัน มีระเบียบรองรับที่ชัดเจน การเข้าร่วมแข่งขันไม่ใช่การเชิญเข้ามา หรืองอนง้อให้ต้องมาแข่ง แต่มาจากความสมัครใจบวกกับสิทธิ์ที่พึงมี เช่นเลื่อนชั้นมาตามกติกา แม้ว่าจะเลื่อนชั้นขึ้นมาแต่ถ้าไม่พร้อมก็เข้าแข่งขันไม่ได้เหมือนกัน
ฉะนั้นทุกปีจึงต้องมีการส่งใบสมัครให้ทุกสโมสรได้กรอกแล้วตอบรับว่าจะเข้าร่วมหรือไม่ ถ้าตอบรับก็ต้องอยู่ในกติกาเดียวกัน และระเบียบเดียวกัน แต่ถ้าไม่พร้อมจะถอนสิทธิ์ไม่เข้าแข่งขันก็ได้ไม่มีใครห้าม
เพราะนี่คือฟุตบอลอาชีพ ไม่มีใครบังคับใคร อยู่ที่ความพอใจว่าจะร่วมหรือไม่ เพียงแต่เมื่อจะร่วมแข่งขันก็ต้องปฏิบัติตนอยู่ภายใต้กรอบกติกาเดียวกัน ถ้าอยากจะแหกคอกก็ควรจะออกไปตั้งลีกแข่งกันเอง มันก็เท่านั้น
|
Create Date : 23/4/2555
Last Update : 19:58 น. |
|
 ikeHMkedHDXPgNL
 10/8/2555 10:49:18
 192.168.0.101
|
|
Comment 1 |
|
| |
I feel satisfied after raiedng that one.
|
|
|