Home      Photo      Friends      Messages     Clip
 
 
GSPORTCLUB
 
 
About
Sex : M
Birthday : 4 เมษายน 2494
Location :
Hobbie : -
 
User Stats
 STATS :
0 Friends

20728232 View
 
Topic of the Month


THIS MONTH
15 ปีแห่งความทรงจำของ อาร์แซน เวนเกอร์
Views (17079)  Post (11)


 

Click For View



 


          ตลอดระยะเวลา 15 ปี อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือชาวฝรั่งเศส ได้สร้างสิ่งดีๆ มากมายให้กับ อาร์เซน่อล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสำเร็จ, สไตล์การเล่นเกมบุก ที่เปลี่ยนโฉมทีมจากทีมน่าเบื่อ ในยุคของ จอร์จ เกรแฮม รวมทั้งการให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่ง จนสร้างชื่อมากมายในช่วงที่ผ่านมา 
 

           แน่นอนว่าช่วงเวลาดังกล่าว เวนเกอร์ ย่อมต้องพบกับอุปสรรคเช่นกัน แต่ก็สามารถผ่านพ้นไปได้ ฉะนั้นตลอด 15 ปีที่ผ่านมา เขาต้องเผชิญกับเรื่องทั้งดีและร้าย แต่เรื่องไหนจะเป็นที่จดจำที่สุดต้องมาพิจารณากันเอาเอง

 



http://blog.siamsport.co.th/GSPORTCLUB/images/111004759enger.jpg






15 เหตุการณ์ที่แสนเจ็บปวด



1. ความพ่ายแพ้ต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์ 1-6 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2001 โดยช่วงเวลานั้น "ไอ้ปืนใหญ่" คือคู่แข่งตัวฉกาจของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


2. ตามด้วยการแพ้ "ปีศาจแดง" 2-8 ที่เดิมแต่ต่างเวลาเพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม 2011 งานนี้แสดงให้เห็นว่า อาร์เซน่อล โดน แมนฯ ยูฯ ทิ้งห่างไปไกลเลยทีเดียว และด้วยการออกสตาร์ตที่ย่ำแย่ในซีซั่นนี้ทำให้ เวนเกอร์ ตกเป็นข่าวหนาหูอาจจะโดนปลดจากตำแหน่ง





http://blog.siamsport.co.th/GSPORTCLUB/images/1110047465x155.jpg






3. ในวันที่ 26 สิงหาคม 2003 อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มดุขึ้นนำ โบลตัน วันเดอเรอร์ส 2 ประตู ซึ่งหากสกอร์เป็นแบบนี้จนจบเกม จะทำให้ "ไอ้ปืนใหญ่" ไล่บี้กับ แมนฯ ยูฯ ในการลุ้นแชมป์ได้อย่างสูสี แต่สุดท้ายกลายเป็นว่าพวกเขาโดน "เดอะ ทร็อตเตอร์ส" ไล่ตีเสมอ 2-2 นั่นเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาพลาดการคว้าแชมป์ลีกสองสมัยติดต่อกัน และทำให้ เวนเกอร์ พลาดเป็นกุนซือคนแรกของอาร์เซน่อลที่คว้าแชมป์ 2 ปีติดต่อกัน


4 สถิติไร้พ่าย 49 แมตช์ของ อาร์เซน่อล ต้องจบลงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2004 เมื่อ ไมค์ ไรลี่ย์ ผู้ตัดสินซึ่งเป่าจุดโทษ 8 ครั้งกับ 8 เกมที่ทำหน้าที่ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด โดยเขาปฏิเสธ จังหวะที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ทำฟาวล์แข้ง "เดอะ กันเนอร์ส" แต่กลับไม่ค้านจังหวะที่ แอชลี่ย์ โคล ทำฟาวล์ รุด ฟาน นิสเตลรอย หลังจบเกมหลายๆ ฝ่ายยังงงว่าทำไมกรรมการถึงตัดสินค้านสายตาคนดูมากขนาดนี้


5. เดวิด ดีน รองประธานสโมสรซึ่งหนุนหลังเวนเกอร์ อำลาตำแหน่งเนื่องจากไม่กินเส้นกับบอร์ดบริหารคนอื่นๆ


6. เสีย แอชลี่ย์ โคล แบ็กซ้ายที่ดีที่สุดของประเทศให้กับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี คู่แข่งร่วมลีก และร่วมกรุงลอนดอน


7. ตกเป็นจำเลยสังคมหลังมีปัญหาชู้สาวกับนักร้องชื่อดังเพื่อนร่วมชาติ โดยสื่อตีข่าวพร้อมภาพขณะที่ นายใหญ่มาดละเมียด ควงอยู่กับ โซเนีย ทาทาร์ นักร้องสาวสุดเอ็กซ์ งานนี้ เวนเกอร์ ถึงขนาดต้องออกมาขอร้องให้สื่อเลิกขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวเลยทีเดียว


8. ผลเสมอ 2-2 ที่สนามเซนต์ แอนดรูว์ส เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2008 โดยชัยชนะจะทำให้ อาร์เซน่อล มีแต้มนำถึง 8 คะแนน แต่หลังจากที่ เอดูอาร์โด้ ดวงแตกขาหักในเกมนี้ แถมชะตาฟ้าลิขิตให้ "เดอะ กันเนอร์ส" ต้องน้ำตาร่วง เพราะมาโดน เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ตีเสมอในช่วงทดเจ็บอีกต่างหาก ซึ่งแมตช์นั้นทำเอา วิลเลี่ยม กัลลาส เม้งแตก ในขณะเดียวกัน ยังโดน เชลซี กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เร่งเครื่องจนไล่จี้ทัน สุดท้าย อาร์เซน่อล ทำได้แค่ที่ 3 หลังจบซีซั่น


9. ปี 2001 ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ อาร์เซน่อล ต้องฝันร้ายเมื่อโดนความมหัศจรรย์ของ ไมเคิ่ล โอเว่น ที่ซัดสองประตูในช่วงเวลาไม่กี่นาทีของปลายครึ่งหลัง นำ "หงส์แดง" ผงาดคว้าแชมป์ได้อย่างสุดยอด





http://blog.siamsport.co.th/GSPORTCLUB/images/1110042878232a.jpg






10. ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนามไฮบิวรี่ เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2004  อาร์เซน่อล มีโอกาสดีมากๆ ที่จะคว้าแชมป์ถ้วยบิ๊กเอียร์ เพราะขุมกำลังในเวลานั้นแข็งแกร่งที่สุดแต่พวกเขาต้องผิดหวังอย่างแรงเมื่อดันมาแพ้ "สิงห์บลูส์" เชลซี  2-1 ทำให้ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย


11. การต้องเหลือผู้เล่นแค่ 10 คนตั้งแต่ต้นเกมในรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก 2006 โดย เยนส์ เลห์มันน์ นายทวารโดนไล่ออก ทำให้ เวนเกอร์ ต้องถอด โรแบร์ ปิแรส ออกเพื่อส่ง มานูเอล อัลมูเนีย ลงไปเฝ้าเสา และก็ไม่สามารถต้านทานแรงบุกของ บาร์ซ่า ได้ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ไป


12.ความผิดหวังยังไม่หมดแค่นั้น เพราะในปี 2011 พวกเขาต้องเจ็บช้ำน้ำใจเมื่อแพ้ เบอร์มิงแฮม ซิตี้ ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกคาร์ลิ่ง คัพ โดยเสียประตูแบบไม่น่าเสียจากการสื่อสารที่ผิดพลาดระหว่าง วอจเซียค เซคเซสนี่  ผู้รักษาประตูทีมชาติโปแลนด์ กับ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศส ทำให้ส้มหล่นใส่โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ ซัดเข้าประตูในช่วงนาทีสุดท้าย




http://blog.siamsport.co.th/GSPORTCLUB/images/11100443055016.jpg






13.เหตุการณ์ที่ทำให้ความรู้สึกของ เวนเกอร์ ต้องเจ็บปวดคงหนีไม่พ้นการที่ต้องเสีย 2 นักเตะกำลังหลักอย่าง เชส ฟาเบรกาส และ ซามีร์ นาสรี่ ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดย เชส ตัดสินใจกลับไปยัง บาร์เซโลน่า ในขณะที่ จอมทัพเลือดเฟร้นช์ ย้ายไปโกยเงินกับ แมนฯ ซิตี้ และจนถึงตอนนี้ "ไอ้ปืนใหญ่" ยังหานักเตะมาทดแทนสองคนนี้ไม่ได้เลย




http://blog.siamsport.co.th/GSPORTCLUB/images/111004167dcesc.jpg







14.ย้อนไปเมื่อปี 2000 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ ศึก ยูฟ่า คัพ (ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก) อาร์เซน่อล ไล่ยำ กาลาตาซาราย อยู่ฝ่ายเดียว ทั้งครองเกม และมีโอกาสทำประตูเพียบ แต่สุดท้ายไม่สามารถเจาะตาข่ายได้ ก่อนจะต้องมาแพ้ดวลจุดโทษอย่างน่าเจ็บปวด แถมยังเกิดโศกนาฎกรรมแฟนบอลทั้งสองทีมปะทะกันจนถึงขั้นเสียชีวิต


15.ผิดพลาดแบบซ้ำๆ ซากๆ จนเสียแต้มหลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งเสียตำแหน่งในตารางลีกด้วย โดย อาร์เซน่อล ทำพลาดแบบไม่น่าให้อภัยด้วยการมักจะปล่อยให้ทีมคู่แข่งไล่บดขยี้จนทำประตูแซงหน้าได้หลายต่อหลายครั้ง อย่างเมื่อฤดูกาลที่แล้ว นำ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-0 ท้ายที่สุดแพ้ในบ้านอย่างน่าอับอาย 2-4, นำ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 4-0 สุดท้ายเหลือ 10 คน จนเสมอ 4-4 ล่าสุด นำ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 2-1 แต่สกอร์จบลงที่แพ้ 3-4




15 เหตุการณ์รุ่งสุดขีด

1. ดึง ปาทริค วิเอร่า กองกลางเลือดเฟร้นช์มาร่วมทีม ซึ่งตอนนั้นเป็นการดึงตัวผู้เล่นคนแรกของ เวนเกอร์ เมื่อเข้ามารับหน้าที่นายใหญ่แห่งถิ่นไฮบิวรี่ (สนามเหย้าเดิม) และ วิเอร่า คือกุญแจสำคัญที่นำ "เดอะ กันเนอร์ส" ผงาดในวงการลูกหนังเมืองผู้ดี


2. เวนเกอร์ ยังคงรักษาความเป็น อาร์เซน่อล ที่มีเกมรับเหนียวแน่น โดยรับมรดกเกมรับมาจาก จอร์จ เกรแฮม ซึ่งนี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ "เดอะ กันเนอร์ส" แข็งแกร่งจนขึ้นมาทาบรัศมีของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้


3. สามารถทำเงินจากการขาย นิโกล่าส์ อเนลก้า ให้กับ เรอัล มาดริด ในราคาสูงถึง 23 ล้านปอนด์ (ราว 1,150 ล้านบาท) นอกจากนี้เงินจำนวนดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ลงทุนอย่างคุ้มค่าที่สุดด้วยการดึงตัว เธียร์รี่ อองรี จาก ยูเวนตุส มาล่าตาข่ายแทน และก็ไม่ผิดหวังเพราะภายใต้การบริหารงานดีมีคุณภาพของ ขงเบ้งลูกหนังเลือดเฟร้นช์ "พี่ห้อย" ก็กลายสภาพเป็นกองหน้าที่ดีที่สุดในโลก





http://blog.siamsport.co.th/GSPORTCLUB/images/111004953--001.jpg







4. เวนเกอร์ เป็นชาวต่างชาติคนแรกที่พาทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี และสอย แชมป์เอฟเอคัพ ด้วย โดยทำให้ "ไอ้ปืนใหญ่"คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในซีซั่น 1997-98 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่ เวนเกอร์ คุมทีมเต็มซีซั่น



5. ทำดับเบิ้ลแชมป์ได้อีกครั้งในซีซั่น 2001-02





http://blog.siamsport.co.th/GSPORTCLUB/images/11100453119981.jpg






6. สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่าไม่ใช่คนขี้โม้ เมื่อสามารถนำ อาร์เซน่อล ผงาดคว้าแชมป์ลีก ถ้วยการสร้างสถิติไม่แพ้ทีมใดเลยในซีซั่น 2003-04 และยังคงยืนยงในพรีเมียร์ลีกมาตลอดจนทุกวันนี้



7.แม้ว่า มาร์ค โอเวอร์มาร์ส ปีกดัตช์ จะตัดสินใจย้ายไปเล่นกับ บาร์เซโลน่า แต่ เวนเกอร์ ก็ดึงตัว โรแบร์ ปิแรส ปีกเคราแพะ จาก โอลิมปิก มาร์กเซย มาร่วมทีม และ ปิแรส ก็ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในตำนานของสโมสรแห่งนี้เช่นกัน รวมทั้งเคยได้รับการโหวตให้เป็นนักเตะยอดแห่งปีด้วย


8. เวนเกอร์ ได้พัฒนาการเล่นของอาร์เซน่อล ด้วยการเน้นเกมรุก ผ่านบอลไปมา ซึ่งเป็นการทำลายภาพลักษณ์เดิมๆ ที่ใครๆ มองว่า "เดอะ กันเนอร์ส" เป็นทีมน่าเบื่อไปในทันที ที่สำคัญยังนำทีมคว้าแชมป์ในรายการใหญ่ๆ ได้ถึง 7 ถ้วยเลยทีเดียว


9. มีวิสัยทัศน์ในเรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกในสนามฝึกซ้อม และรวมทั้งมีบทบาทสำคัญในการออกแบบสนามใหม่ทันทีที่สโมสรแสดงความชัดเจนว่าจะย้ายออกจากไฮบิวรี่


10. ทำให้การลุ้นแชมป์เปิดกว้างมากขึ้นเมื่อบุกชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1998 ซึ่งต้องขอบคุณประตูของ โอเวอร์มาร์ส และชัยชนะในแมตช์นี้ทำให้ อาร์เซน่อล ไล่จี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แถมยังมีเกมในมืออีก 3 แมตช์ โดยพวกเขาจัดการซิวชัย 10 นัดรวด ส่งผลห้ โทนี่ อดัมส์ กัปตันทีมได้ชูโทรฟี่แชมป์ในที่สุด


11. ชัยชนะ 1-0 ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในวันที่ 8 พฤษภาคม 2002 มีส่วนสำคัญอย่างมากในการคว้าแชมป์ลีก โดยเกิดขึ้นหลังจากที่เอาชนะ เชลซี 2-0 ที่คาร์ดิฟฟ์ คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาครอง ซึ่งชัยชนะที่มีต่อ "ผีแดง" ทำให้พวกเขาจบซีซั่น 2001-02 อย่างสมบูรณ์แบบเนื่องจากไม่แพ้การเล่นเกมเยือนเลย รวมทั้งเก็บชัยชนะรวด 13 เกมด้วย และยังได้ดับเบิ้ลแชมป์เป็นสมัยที่ 2 อีกต่างหาก


12. ลบสถิติไม่แพ้ใครเลยของ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ จำนวน 42 แมตช์ ด้วยการทำสถิติใหม่จำนวน 49 แมตช์ในช่วงระหว่างเดือนพฤษภาคม 2003 ถึงเดือนตุลาคม 2004




http://blog.siamsport.co.th/GSPORTCLUB/images/111004176eaten.jpg





13. สร้างรอยแค้นให้กับสาวก "เดอะ ค็อป" เมื่อจัดการสอย ลิเวอร์พูล 3-1 ในเกมเอฟเอ คัพ เมื่อวันที่ 6 เดือนมกราคม 2007 หลังจากนั้นก็จัดการยัดเยียดความปราชัยแบบถล่มทลายให้กับ "หงส์แดง" 6-3 ในเกมคาร์ลิ่ง คัพ วันที่ 9 เดือนเดียวกันอีกดอก แถมยังใช้ผู้เล่นที่ผสมผสานระหว่างแข้งเก๋ากับนักเตะดาวรุ่งซะด้วย


14. ไล่ถล่ม อินเตอร์ มิลาน 5-1 ที่สนามจูเซ็ปเป้ เมอัซซ่า ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2003 หลังจากนั้นในวันที่ 4 มีนาคม 2008 อาร์เซน่อล ยังอัด เอซี มิลาน 2-0 ที่สนามเดียวกันนี้ด้วย


15. ชนะ บาร์เซโลน่า 2-1 ที่สนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนามเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นผลงานที่น่าประทับใจที่สุดสำหรับแฟนบอลนับตั้งแต่สร้างสนามใหม่





 

Create Date : 04/10/2554
Last Update : 12:30 น.
LEAVE COMMENT
อ้างอิง
ชื่อ :
Comment :